ฮอนด้าแอคคอร์ด 2011 ที่มีให้เลือก 6 รุ่นในเครื่องยนต์ i-VTEC-ตัวท็อป 2011 Accord 2.0 EL NAVI

ฮอนด้าแอคคอร์ด 2011 ที่มีให้เลือก 6 รุ่นในเครื่องยนต์ i-VTEC-ตัวท็อป 2011 Accord 2.0 EL NAVI

 

Accord 2.0 EL NAVI Pictures

ฮอนด้า แอคคอร์ดใหม่ เวอร์ชั่น 2011เปิดตัวเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นฤดูการขายของตลาดรถไทย และยังมีงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2010 มาจ่อคิวช่วยกระตุ้นยอดขายส่งท้ายประจำปีพอดี โดยนอกจากการเสริมรูปลักษณ์และอุปกรณ์ภายในของแอคคอร์ดใหม่ให้โดดเด่นขึ้น แล้ว ไฮไลต์ของการปรับโฉมครั้งนี้ อยู่ที่การเพิ่มทาง 2 เลือกใหม่ ให้กับรุ่น 2.0 ลิตร ครับ ฮอนด้า ฮอนด้าแอคคอร์ด 2.0 ลิตรตัวใหม่ รุ่น 2.0 EL NAVI ตัวท็อปของรุ่น จากทั้งหมดในเวอร์ชั่น 2011 ที่มีให้เลือก 6 รุ่นย่อย
ฮอนด้าแอคคอร์ด 2011 ที่มีให้เลือก 6 รุ่นในเครื่องยนต์ i-VTEC บล็อกเดิม 3 ขนาด คือ
ฮอนด้าแอคคอร์ด รุ่น 3.5 V6 เครื่องยนต์ 3.5 ลิตร 275 แรงม้า พร้อมระบบแปรผันการทำงานของกระบอกสูบ
ฮอนด้าแอคคอร์ด รุ่น 2.4EL NV และฮอนด้าแอคคอร์ด รุ่น 2.4EL เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร 180 แรงม้า
และสุดท้ายฮอนด้าแอคคอร์ด เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 156 แรงม้า ที่เดิมมีเฉพาะรุ่น 2.0E แต่ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ได้เพิ่มรุ่น 2.0EL และรุ่น 2.0EL NAVI ตัวท็อปของรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร

ฮอนด้า แอคคอร์ด เวอร์ชั่น 2011 การเปลี่ยนแปลงภาย นอกอาจจะไม่มากนัก ซึ่งหากไม่ใช่ผู้ที่จดจำทุกรายละเอียด หรือนำมาจอดเปรียบเทียบกับโฉมเดิม คงจะแยกแยะลำบากพอสมควร
จุดหลักๆ การปรับรูปลักษณ์ภายนอกครั้งนี้ ชัดเจนที่สุดเห็นจะเป็นกระจังหน้าและเปลือกกันชนหน้าใหม่ จากเดิมกระจังหน้าเป็นแถบคาด 3 เส้น ได้เปลี่ยนเป็นแถบคาดโครมเมี่ยมขนาดใหญ่ 2 เส้น ทำให้ดูสปอร์ตดุดันขึ้น ผสานกับกันชนใหม่ได้อย่างลงตัว

ส่วนด้านหลังยิ่งแทบจะไม่เห็นความแตกต่าง หากไม่มีแถบโครเมี่ยมล้อมรอบแผงไฟท้ายบริเวณกระโปรงหลังด้านท้าย จากมุมชิดกรอบโครมไฟท้ายยาวไปจนติดช่องป้ายทะเบียน เป็นจุดที่ทำให้เห็นความแตกต่างจากรุ่นก่อน เช่นเดียวกับกล้องมองหลังที่ซ้อนอยู่เหนือขอบกรอบป้ายทะเบียน และเปลี่ยนเป็นล้ออัลลอย 17 นิ้ว จากเดิม 16 นิ้ว

แต่การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดเห็น จะเป็นอุปกรณ์อำนวความสะดวกสบายภายในที่ติดตั้งเพิ่มเข้ามา และระบบนำทาง หรือ Navigator ที่มาพร้อมเครื่องเล่น DVD เชื่อมรับกับกล้องส่งภาพด้านหลัง และมีฮาร์ดดิสก์สำหรับบันทึกไฟล์เพลง(HDD Audio) รวมถึงช่องเชื่อมต่อ USB ส่งผ่านความสุนทรีให้กับระบบเครื่องเสียงแบบ Premium Sound System พร้อม Sub-Woofer ให้เสียงกระหึ่มผ่านลำโพง 7 ตัวรอบคัน เรียกว่ายกอุปกรณ์ความบันเทิงของรุ่น 2.4 EL NAVI มาทั้งชุดเลยทีเดียว

ทั้งหมดจัดวางปุ่มควบคุมไว้ที่คอนโซลกลางอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียง ระบบนำทาง และระบบปรับอากาศแบบแยกฝั่งซ้าย-ขวา เฉกเช่นเดียวกับรถระดับหรูทั่วไป ขณะที่พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมเครื่องเสียงและครูสคอนโทรล ระบบ นำทางดาวเทียมเป็นซอฟแวร์เวอร์ชั่นใหม่ ไม่เหมือนกับ ฮอนด้า ซีอาร์-วี และฟรีด โดยการค้นหาและวางตำแหน่ง มีความละเอียดแม่นยำมากขึ้น จอแสดงข้อมูล DVD ขนาดใหญ่ และยังเป็นจออเนกประสงค์ แสดงข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ด้วย

ห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอยเช่นเดิม นับว่ามีความกว้างขวาง แม้จะนั่งกันเต็มเบาะหน้า-หลัง 4 คน ยังไม่รู้สึกอึดอัด เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง ส่วนผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 4 ทิศทาง ด้านหลังนั่งสบายมีพื้นที่วางขาสบายๆ แม้จะมีสัมภาระกระเป๋าของกินเล่นใบโตก็ไม่เกะกะ ซึ่งสีภายในห้องโดยสารมีให้เลือก 2 สี เป็นสีเบจให้ความหรูหรา ด้วยชุดแต่งลายไม้ที่สีอ่อนลงจากเดิม และมีสีดำที่ให้อารมณ์สปอร์ตดุดันไปอีกแบบ

ช่วงแรกรับหน้าที่เป็นผู้โดยสาร นั่งสบายๆ นุ่มนวล และไม่รู้สึกปวดเมื่อยแต่อย่างใด พร้อมกับฟังเพลงผ่านเครื่องเสียงคุณภาพดีเพลิดเพลิน จนถึงจุดพักกลางวันที่สวนสน อ.แกลง จ.ระยอง

หลังจากข้าวเรียงเม็ดดีแล้ว จึงเดินทางต่อไปตามถนนสุขุมวิท มุ่งสู่ท่าเรือเฟอร์รี่แหลมงอบ เพื่อข้ามไปเกาะช้าง รวมระยะทางที่เหลือประมาณ 190 กิโลเมตร ช่วงนี้จึงรับไม้เป็นผู้ขับทดลองสมรรถนะของ แอคคอร์ด 2.0EL NAVI แทน โดยถนนช่วงนี้สภาพค่อนดีทีเดียว มีโค้งให้เล่นตลอดเวลา และการจราจรวันธรรมดาไม่ค่อยมากนัก จึงทำความเร็วได้พอสมควร
ขุมพลังเครื่องยนต์ i-VTEC บล็อกเล็กสุดของฮอนด้า แอคคอร์ด ขนาด 2.0 ลิตร แบบ SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว 156 แรงม้า ที่ 6,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 19.3 กก.-ม. ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ จึงได้เริ่มแสดงสมรรถนะอีกครั้ง

ระยะแรกมีแยกไฟแดงให้ต้องหยุดเป็นระยะสักหน่อย การออกตัวและเร่งแซงในช่วงต้นตอบสนองพอใช้ได้ ไม่ถึงกับกดปุ๊บมาได้ทันใจ ต้องมีเติมคันเร่งช่วยนิดหน่อย ซึ่งด้วยน้ำหนักตัวถังและเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เมื่อบวกกับผู้โดยสาร 4 คน จึงต้องแบกภาระพอสมควร หากเทียบกับรุ่น 2.4 ลิตร แต่เมื่อเข้าสู่ความเร็วกลางๆ รอบเครื่องยนต์ 4 พันรอบขึ้นไป การเร่งแซงทำได้ดีให้ความรู้สึกปลอดภัย แต่เมื่อความเร็วลอยตัวการตอบสนองจะเริ่มเอื่อยๆ หน่อย หลังผ่านเข็มไมล์ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงความเร็วสูงๆ รู้สึกมั่นใจมากสุดอยู่ที่ประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนก 2 ชั้น หรือดับเบิลวิชโบน และด้านหลังเป็นมัลติลิงค์ ให้ความนุ่มนวลค่อนข้างมากทีเดียว มีอาการยวบยาบบ้าง และเข้าโค้งความเร็วสูงจะโยนตัวเล็กน้อย การตอบสนองของพวงมาลัยดีใช้ได้ แต่ไม่ได้ถึงกับคมกริบเลยทีเดียว
ส่วนระบบเบรกหน้าและหลังเป็นดิสเบรกแบบพอตเดียว และจานเบรกด้านหน้ามาพร้อมครีบระบายความร้อน ซึ่งการทำงานของระบบเบรกให้ความมั่นใจได้ทุกช่วงความเร็ว น้ำหนักแป้นเบรกค่อนข้างดี และยังมั่นใจเพิ่มขึ้นกับระบบล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD รวมถึงอุปกรณ์ช่วยความปลอดภัยถุงลมนิรภัยคู่หน้า และม่านถุงลมด้านข้าง

จากจุดเริ่มต้นเดิน ทางจากกรุงเทพฯ จนถึงจุดเติมน้ำมันก่อนถึงอำเภอแหลมงอบ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 10 กิโลเมตรต่อลิตร โดยใช้ความเร็วส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 140 – 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมระยะทาง 340 กิโลเมตร

สรุปในเรื่อง สมรรถนะของ ฮอนด้า แอคคอร์ด 2.0EL NAVI ทำได้ดีที่สุดตามตัวของมัน แต่สิ่งที่ได้เพิ่มมาเป็นความหรูหราสะดวกสบายอีกระดับ กับราคาค่าตัว 1.42 ล้านบาท โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม 2.67 แสนบาท แลกกับออปชั่นเดียวกันในรุ่น 2.4EL NAVI แต่ก็ต้องควักเพิ่ม 1.65 แสนบาท จากรุ่นมาตรฐาน 2.0E
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์