มารู้จักกับ All Terrain Vehicle กันดีกว่าค่ะ

มารู้จักกับ All Terrain Vehicle กันดีกว่าค่ะ

มารู้จักกับ All Terrain Vehicle กันดีกว่าค่ะ

All Terrain Vehicle หรือที่เราเรียกกันว่า “รถ ATV” ไงคะ แปลง่ายๆ ว่า ยานยนต์ที่สามารถไปได้ทุกที่ค่ะ ลักษณะเด่นของรถ ATV ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ มี 4 ล้อ และมีแฮนด์ เป็นตัวบังคับทิศทางของรถคล้ายมอเตอร์ไซค์ ส่วนเครื่องยนต์ที่ใช้ ก็คือเครื่องมอเตอร์ไซค์นี่แหละค่ะ

และจุดเด่นของรถ ATV คือ คันเร่งจะไม่ใช้แบบบิดที่ปลอกแฮนด์แบบรถมอเตอร์ไซค์ แต่จะเป็นแบบใช้นิ้วโป้งดันที่ใต้ปลอกแฮนด์ด้านขวามือแทน เพราะว่ารถประเภทนี้ต้องใช้แรงในการเลี้ยวสูง ถ้าใช้คันแร่งแบบบิดปลอกอาจจะทำให้เสียการทรงตัวได้ แต่รถ ATV ใช่จะเหมือนกันหมดทุกรุ่น มีการแบ่งแยกประเภทเอาไว้เหมือนกันตามจุดประสงค์ของการใช้งานนะคะ

 

 

ATV

ATV

 

 

ATV สำหรับเด็ก

ATV สำหรับเด็ก

ประเภทที่ 1 เป็น ATV ที่เหมาะกับการขี่เล่น หรือ สำหรับเด็ก ๆ ผู้ที่เริ่มต้นขี่ ซึ่งรถ ATV ประเภทนี้ จะมีเครื่องยนต์ที่ไม่ใหญ่โต จะอยู่ที่ประมาณ 80cc – 125cc ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่อง 2 และ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ แรงม้าไม่มาก ระบบกันสะเทือนด้านหน้า อาจจะเป็นแบบคานแข็ง คอยล์สปริงธรรมดา ส่วนด้านหลัง ก็จะเป็นแบบมาตรฐานของรถ ATV ทั่วไปคือเป็นแบบสวิงอาร์ม คานแข็ง ระบบขับเคลื่อนก็มักจะเป็นโซ่ หรือ  ระบบเพลาก็มี และยึดด้วยช็อคอัพ 1 ตัว รถ ATV ประเภทนี้เน้นความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยไม่ต้องวุ่นวายในการเปลี่ยนเกียร์ให้ยุ่งยาก ซึ่งเหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่เริ่มต้นมากทีเดียว

 

 

ประเภทที่ 2 เป็นรถ ATV ที่เน้นการใช้งานแบบสมบุกสมบัน เหมาะกับการใช้งานในไร่ หรือฟาร์ม สามารถนำไปบรรทุกของหนักๆ ได้ โดยมักจะมีตระแกรงบรรทุกไว้ให้ และยังสามารถนำไปลุยป่าฝ่าโคลนแบบรถยนต์ 4WD ได้อีกด้วย สาเหตุที่รถ ATV ประเภทนี้สามารถลุยและบรรทุกของหนักได้นั้น มาจากเครื่องยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบ 4 จังหวะ สูบเดี่ยว ความจุกระบอกสูบสูง 250cc ขึ้นไป ที่เน้นแรงบิดสูงในรอบต่ำ ๆ ไม่เน้นความเร็วรอบเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ก็มักจะเป็นแบบอัตโนมัติ หรือ อาจจะเป็นเกียร์แบบรถครอบครัวบ้านเรา คือ อาศัยระบบคลัทช์แรงเหวี่ยง ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องมาพะวงกับการบีบคลัทช์ ระบบขับเคลื่อนก็มักจะเป็นแบบขับเคลื่อน Full time 4WD และที่พิเศษของรถ ATV ประเภทนี้ คือ จะมีเกียร์พิเศษช่วยเพิ่มแรงบิด หรือเกียร์สโลว์ แบบรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อนั่นเอง ซึ่งเกียร์สโลว์นี้ จะมีอัตราทดที่สูงกว่าปกติ ช่วยเพิ่มแรงบิดที่ส่งถ่ายมายังล้อได้มาก ช่วยเพิ่มเรี่ยวแรงเวลาปีนป่ายฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ แต่ความเร็วของรถก็จะลดลงไปด้วย และที่พิเศษอีกอย่างคือ ระบบกันสะเทือน ซึ่งในด้านหน้านั้นจะเหมือนรถ ATV ส่วนใหญ่ คือเป็นแบบอิสระ ปีกนกสองชั้น คอยล์สปริง สอดตรงกลางด้วยเพลาขับเคลื่อนล้อหน้า ส่วนด้านหลังนี่แหละ พิเศษที่บอก คือเป็นแบบคานแข็ง แต่มีการให้ตัวของเพลาได้ รถประเภทนี้ นิยมใช้เพลาขับเคลื่อนแบบรถยนต์ คือ แขนยึดเพลาท้ายทั้งสองข้างจะอิสระต่อกัน ไม่เชื่อมติดตายระหว่างแขนยึดทั้งสองข้าง ทำให้ล้อหลังสามารถบิดตัวไปตามเส้นทางที่ต่างระดับกันได้ ซึ่งเป็นผลดีขณะลุย เพราะล้อจะสัมผัสกับพื้นผิวทางตลอดเวลา ทำให้ลดการเสี่ยงที่จะติดแหงกอยู่กับอุปสรรคต่างๆ แต่ก็จะมีข้อเสียคือ เมื่อใช้ความเร็วสูง จะโคลงตัวอย่างมาก แต่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไรเพราะรถประเภทนี้ไม่เน้นความเร็วสูงอยู่แล้ว และที่พิเศษอีกแล้ว ก็คือ มีวินซ์ หรือ รอกไฟฟ้า แบบรถขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นของแต่งอีกต่างหาก

 

 

ATV สำหรับใช้งานในไร่

ATV สำหรับใช้งานในไร่

ATV มีตะแกรง

ATV มีตะแกรง

 

 

ATV รถแข่ง

ATV รถแข่ง

ประเภทที่ 3 ATV ประเภทนี้ จะค่อนข้างเน้นความเร็ว ซึ่งจะมีตั้งแต่เร็วระดับใช้งานปกติได้ จนถึงระดับแข่งขัน ซึ่งต้นตอของความเร็วดังกล่าวจะมากจากเครื่องยนต์ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ 2 จังหวะ ความจุกระบอกสูบตั้งแต่ 20cc ขึ้นไป ระบายความร้อนด้วยอากาศ จนไปถึงระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบคลัทช์และเกียร์ก็จะเป็นแบบ manual หรือแบบคลัทช์มือ มีเกียร์ให้เล่นหลาย ๆ เกียร์ อัตราเร่งฉับไว รถแบบนี้นิยมขับเคลื่อนเพียงแค่ 2 ล้อหลัง ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง ส่วนกันสะเทือนหลังมักจะเป็นแบบสวิงอาร์ม คานแข็ง ใช้ช็อคอัพเดี่ยว แต่ประสิทธิภาพสูง และมักใช่โซ่ขับเคลื่อน เพื่อกินแรงเครื่องยนต์ให้น้อยที่สุด ระบบเบรคมักจะเป็นดิสก์เบรคทั้งหน้าและหลัง ซึ่งรถ ATV ประเภทนี้มักจะเอาไว้ขี่ เพื่อความสนุกสนานแข่งขันความเร็วเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยนิยมเอามาใช้งานเพราะกินน้ำมันมากค่ะ

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับรถ ATV ที่น่าสนใจในการขับขี่ทั้งเพื่อใช้งาน หรือ เพื่อความเพลิดเพลินค่ะ แต่อย่าลืมนะคะว่ารถประเภทนี้ไม่สามารถนำมาวิ่งบนท้องถนนทั่วไปได้นะคะ กรมการขนส่งไม่รับจดทะเบียนนะคะ ….