จับมือกับความลงตัว มิชลิน ไพลอต กับ สปอร์ต3

จับมือกับความลงตัว มิชลิน ไพลอต กับ สปอร์ต3

มิชลิน ไพลอต สปอร์ต3”ยางเก่งในโค้ง

มิชลิน ไพลอต สปอร์ต3”ยางเก่งในโค้ง

เมื่อมิชลินพบว่าการทำตลาดยางในกลุ่มใช้ขับขี่ทั่วไป(รถบ้าน,รถเล็ก) ที่ส่งให้โรงงานผู้ผลิตรถยนต์ (O.E.M.) และตลาดยางทดแทน (R.E.M.) ไม่มีปัญหาเรื่องยอดขายและการรับรู้อันยอดเยี่ยม แต่ในส่วนของยางสปอร์ต หรือยางขับขี่สมรรถนะสูงนั้น “ค่ายบีเบนดัม”ไม่ใช่ตัวเลือกอันดับแรกในใจผู้บริโภคชาวไทย และมีสัดส่วนการขายน้อยมากเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ

ดังนั้น“ไพลอต สปอร์ต3 ใหม่” จึงเป็นอาวุธเด็ด ที่มิชลินหวังเปิดโอกาสในตลาดยางสมรรถนะสูง โดยชูจุดเด่นทั้ง การขับขี่สนุกมันสไตล์สปอร์ต ให้ความรู้สึกมั่นใจบนพื้นเปียก และลดระยะการเบรกให้สั้นลง ที่สำคัญยังใช้กลยุทธ์ด้านราคาที่หลายคนสามารถเอื้อมถึง หรือถ้าเทียบกับคู่แข่งบางรุ่น บางยี่ห้ออาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำ ขณะเดียวกันก็เตรียมปูพรมประชาสัมพันธ์เต็มรูปแบบ โดยหนึ่งในช่องทางป่าวประกาศคุณสมบัติของยาง “ไพลอต สปอร์ต3”ก็คือ เชิญสื่อมวลชนไปทดสอบให้เห็นกันจริงๆ

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดถือเป็นงานใหญ่ระดับภูมิภาค เพราะนอกจากดีลเลอร์ทั่วประเทศและผู้สื่อข่าวชาวไทยแล้ว มิชลินยังเชิญนักข่าวในอาเซียนเข้าร่วมด้วย โดยยึดสนามแก่งกระจาน เซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี เป็นสนามทดสอบ

เพื่อให้รับรู้ถึงสมรรถนะยาง ทางมิชลินได้เตรียมการทดสอบไว้หลายสถานี และไม่เพียงเท่านั้นยังเอาคู่แข่งอย่าง “โยโกฮามา เอส ไดร์ฟ” มาเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆถึงอาการความต่าง ซึ่งเหตุผลที่เลือกยางสปอร์ตรุ่นดังจากญี่ปุ่นมาเป็นเหยื่อ ก็ไม่มีอะไรมาก

…นั่นเพราะมิชลินสำรวจมาแล้วว่า ถ้าผู้บริโภคชาวไทยจะนึกถึงยางสปอร์ตสักยี่ห้อ ตัวเลือกอันดับต้นๆมักหนีไม่พ้น “โยโกฮามา”

เริ่มสถานีแรก “การบังคับควบคุมในโค้ง” กับยานพาหนะ BMW 325i พร้อมยางขนาด 225/45 R17 โดยให้ผู้ขับลองใช้ความเร็ว 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการเข้าออกโค้ง และไม่ต้องแตะเบรก กล่าวคือถ้าเราทำความเร็วได้ถึงกำหนด วิทยากรที่นั่งมาด้วยข้างๆจะบอกให้เราถอนคันเร่ง ซึ่งถือเป็นตัวแปรควบคุมเพื่อให้ผลลัพธ์ของอาการการวิ่งแต่ละรอบ รวมถึงความรู้สึกเมื่อเปรียบเทียบกับยางคู่แข่ง อยู่ในเงื่อนไขใกล้เคียงกัน (บางคนขับเร็วขับช้า หรือ นิสัยการเหยียบเบรกต่างกัน จึงต้องมีตัวแปรควบคุม)

หลังจากผู้เขียนลองขับหลายๆรอบ และเปรียบเทียบอาการของยางทั้งสองยี่ห้อ พบว่า 325i คันที่ใช้ “โยโกฮามา เอส ไดร์ฟ” สมองกลของBMW จะสั่งให้ระบบความคุมเสถียรภาพการทรงตัว (BMW เรียกระบบDSC ซึ่งจะมีไฟเตือนขึ้น) ทำงานหนักกว่า คันที่ใช้ “ไพลอต สปอร์ต3”

โดยการทำงานของ DSC จะประเมินว่า ถ้ารถมีแววจะออกอาการเกินขีดจำกัดการควบคุม ระบบจะสั่งตัดกำลังเครื่องยนต์ พร้อมเพิ่มแรงเบรกในล้อที่จำเป็น ช่วยให้รถกลับมามีเสถียรภาพการทรงตัวสูงสุด