ใหม่ Nissan GT-R Premium Edition 2018 เปิดตัวครั้งแรกในไทย เคาะราคา 13.5 ล้านบาท

0
204

วันนี้ทางทีมงานเราต้องบอกเลยว่าสำหรับเจ้า Nissan GT-R Premium Edition 2018 ใหม่ ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทย ชูจุดเด่นซุปเปอร์สปอร์ตคาร์ขุมพลัง V6 ขนาด 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบ 555 แรงม้า เคาะราคาจำหน่าย 13.5 ล้านบาท

รถซูเปอร์สปอร์ตที่มีความทันสมัย ประณีต และก้าวหน้าที่สุดเท่าที่นิสสันเคยผลิตมาสู่ประเทศไทย” มร.อันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าว “นิสสันสามารถมอบนวัตกรรมและความตื่นเต้นเร้าใจเพื่อทุกคนอีกครั้ง เรานำลูกค้ามาเป็นหัวใจสำคัญในทุกๆ อย่างที่เราทำซึ่งเป็นเหตุผลที่นิสสันริเริ่มพัฒนารถซูเปอร์คาร์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ เราได้ยินเสียงเรียกร้องที่ดังกระหึ่ม และชัดเจนจากแฟนของนิสสันในประเทศไทยที่ต้องการรถระดับตำนานอย่าง จีที-อาร์”

Nissan GT-R 2018 (R35) ใหม่ เป็นรถแกรนด์ทัวริ่งจัดวางห้องโดยสารแบบ 2+2 ที่นั่ง ถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน V6 รหัส VR38DETT ความจุ 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 555 แรงม้า ที่ 6,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 632 นิวตัน-เมตร ที่ 3,300 – 5,800 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 6 สปีด สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ภายในเวลาชั่วพริบตา เพียง 0.15 วินาทีเมื่ออยู่ในโหมด R-Mode ถ่ายกำลังลงพื้นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

Nissan GT-R Premium Edition 2018 ใหม่ ถูกออกแบบกระจังหน้าทรง V-motion และฝากระโปรงหน้าใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศ, กันชนหน้าติดตั้งดิฟฟิวเซอร์แบบคาร์บอน SMC, กันชนหลังติดตั้งดิฟฟิวเซอร์แบบคาร์บอนคอมโพสิท, ล้อฟอร์จอัลลอย Rays ซุปเปอร์ไลต์เวตขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางรันแฟลต Dunlop SP Sport Maxx GT 600 DSST CTT ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับช่วงล่างโดยเฉพาะ

ในรุ่น Premium Edition ถูกติดตั้งโช๊คอัพบิลสไตน์ แดมพ์โทรนิก (Bilstein® DampTronic) ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งได้ 3 โหมดคือ Normal, Comfort และ R ติดตั้งระบบเบรกของเบรมโบ (Brembo®) โมโนบล็อก แบบคาลิปเปอร์ 6 สูบที่ด้านหน้าและ 4 สูบที่ด้านหลัง พร้อมจานดิสก์เบรกของเบรมโบลอยตัวสองชิ้นแบบเจาะรูและเซาะร่องกลางจานขนาด 390 มม. ที่ล้อหน้าและ 380 มม. ที่ล้อหลัง

ภายในห้องโดยสารติดตั้งเบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังปรับด้วยระบบไฟฟ้า แผงคอนโซลตกแต่งด้วยวัสดุหนังที่ตัดเย็บด้วยมือ, ติดตั้งหน้าจอ Display Command ขนาด 8 นิ้ว พร้อมเครื่องเสียง Bose รองรับ CD/MP3/AUX และ USB 2 ตำแหน่ง ขับกำลังเสียงผ่านลำโพง 11 ตัว พร้อมระบบนำทาง, พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ดีไซน์ใหม่, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 2 โซน เป็นต้น

ลูกค้าสามารถเลือกสีภายในห้องโดยสารได้ 4 สี คือ Black Amber, Ivory, Saddle Tan และ Red Amber กับสีตัวถังภายนอกทั้ง 6 สี ได้แก่ Katsura Orange, Vibrant Red, Pearl Black, Gun Metallic, Pearl White และ Pearl Blue