วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 18, 2019
หน้าแรก บล็อก หน้า 5

สาวๆมีกรี๊ด !! ลดน้ำหนักโดย ใช้กอเอี๊ยะแปะฝ่าเท้า ได้ผลลับเกินคาด

0
tnews_1477815896_4231

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าคงไม่มีสาวๆคนไหนไม่อยากอ้วนใช่ไหมละค่ะ แต่บางวันอ่ะน่ะลดเท่าไหร่ก็ยังความอวบอยู่ แต่วันนี้ไม่ต้องกังวลแล้วค่ะ เพราะแค่คุณมีเจ้า “กอเอี๊ยะ ”

1
ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ใช้กอเอี๊ยะฝ่าเท้าจะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะฝ่าเท้าเป็นจุดที่รวบรวมการทำงานของระบบเผาผลาญอาหาร ช่วยลดอาการบวมน้ำ แถมยังช่วยให้ระบบไหลเวียนทำงานได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
สาวๆ ญี่ปุ่นเค้ามักจะคิดค้นวิธีเจ๋งๆ เพื่อช่วยพวกเขาลดน้ำหนักอยู่เสมอ นอกจากจะใช้เชือกรัดเอวช่วยลดน้ำหนัก ยังนำกอเอี๊ยะมาช่วยลดน้ำหนัก เพียงแค่แปะทิ้งตามภาพด้านล่างนี้ไว้เป็นเวลา 5 วัน!!

2

ที่จริงการใช้กอเอี๊ยะก็เป็นตัวช่วยลดน้ำหนักที่ดีอีกตัวหนึ่ง ลองนำกอเอี๊ยะมาแปะฝ่าเท้ากันดูค่ะ จะได้มีรูปร่างที่เล็กลงยังไงล่ะต้องบอกก่อนเลยค่ะ ว่าประดยชน์ของเจ้ากอเอี๊ยะ นั้นมีมากมายจริงๆ รู้แบบนี้แล้วรีบไปหาซื้อมาใช้กันได้เลยน่ะค่ะ อย่ารอช้าเดี๋ยวเจ้าพุงน้อยจะกลายร่าง อิอิไว้คราวหน้า เราจะสรรหาสาระมาฝากแฟนเพจอีกเรื่อยๆนะค่ะ

ที่มา : akerufeed

มะเร็งแพ้อะไร!! อยากเอาชนะมะเร็งได้ต้องอ่าน เรื่องจริงที่หมอไม่เคยบอก!

0
tnews_1477815896_4231

ในปัจจุบันแม้ว่าหลายๆ คนจะเริ่มหันมาใส่ใจในสุขภาพร่างกายของตัวเองกันมากขึ้น แต่บรรดาเชื้อโรคต่างๆ ก็พัฒนาตัวเองขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน จริง ๆแล้วการรักษามะเร็งให้ได้ผลดีก็ต้องอาศัยหลายๆ ปัจจัยประกอบ กันทั้งเรื่องของวิทยาศาสตร์ อันได้แก่การดูแลรักษาที่ถูกวิธีโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ วันนี้มาเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์ เรื่องจริงที่หมอไม่เคยบอกเราดีกว่า ว่าคีโมน่ากลัวมากแค่ไหน!

%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a31

อาหารที่มีผลต่อการโตของเนื้อร้าย ได้แก่

1. น้ำตาล อาหารโปรดของเซลล์มะเร็ง ก็คือ “น้ำตาล” การตัดอาหารของมะเร็งประเภทนี้ได้จึงนับเป็นเรื่องที่ดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลทราย หรือสารทดแทนน้ำตาลอย่าง นิวตร้าสวีต อีควล สปูนฟูล เป็นต้น
2. เกลือสำเร็จรูป เกลือเหล่านี้ล้วนใช้สารเคมีในการฟอกขาว จึงควรเลือกบริโภค แบรก อมิโน หรือ เกลือทะเลแทน
3. นม นมเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเซลล์มะเร็งจะรับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก ดังนั้น จึงควรดื่มเป็นนมถั่วเหลืองชนิดไม่หวาน เพราะจะทำให้เซลล์มะเร็งไม่ได้รับอาหาร
4. เลี่ยงเนื้อสัตว์บางชนิด เซลล์มะเร็งเติบโตได้ดีในสภาวะที่เป็นกรด ซึ่งการรับประทานอาหารจำพวกเนื้อจะสร้างสภาวะกรดให้เกิดขึ้นในร่างกาย อีกทั้ง โปรตีนจากเนื้อจะย่อยยากและต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อย หรืออาจจะทำให้เกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้นได้ ดังนั้น จึงควรหันไปรับประทาน ‘ปลา’ จะดีที่สุด รองลงมา คือ เนื้อไก่ ส่วนในเนื้อวัวและเนื้อหมู อาจมียาฆ่าเชื้อหรือฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์และเชื้อปรสิตได้
5. เน้นกินผัก ในทางตรงกันข้าม ต้องพยายามเสริมสภาวะด่างในร่างกาย โดยการทานอาหารประเภทผักสด น้ำผักผลไม้ พืชจำพวกหัว เมล็ดถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้
6. หลีกเลี่ยงกาแฟ ชา และช๊อกโกแลต เนื่องจากอาหารพวกนี้มีคาเฟอีนสูง หากต้องการดื่มชาให้เน้นเป็นชาเขียว เนื่องจากชาเขียวมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็งได้ ส่วนการเลือกดื่มน้ำให้ดื่มน้ำบริสุทธิ์หรือน้ำที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา

ที่มา : share-si

น้ำผักมหัศจรรย์ ช่วยดักจับไขมัน ลดไขมันในเลือดแบบอยู่หมัด ดีต่อสุขภาพ

0
tnews_1477815896_4231

สูตรนี้คุณหมอในทีมร่วมวิจัย ท่านกรุณาให้มาครับ ของฝากจากญี่ปุ่น สูตรนี้เมื่อลองพิจารณาดูแล้วหมอเห็นว่า ไม่แค่ช่วยขวางการดูดซึมไขมันแต่ยังช่วยย่อยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้นด้วยครับ

tnews_1477815896_4231

น้ำผักสูตรนี้ไม่ร้อนไม่เย็นมากเกินไป ถือว่าฤทธิ์พอดีกับสภาวะร่างกายของคนไทยที่เรานั้นมีความชื้นสะสมในร่างกายสูงครับ
ส่วนประกอบ

-สาลี่ 2 ลูก

-มะเขือเทศ 1 ลูก
-มะนาว 1 ลูก
-ขิง (ฝานทั้งเปลือก) 1 ข้อนิ้ว

วิธีทำ

-ใส่มะเขือเทศ สาลี่ และขิงลงไปในเครื่องสกัดน้ำผลไม้ทีละน้อย

-คั้นน้ำมะนาวแล้วนำมาผสมกับส่วนผสมแรกให้เข้ากัน ดื่มได้ทันที

-สูตรน้ำผลไม้สกัดสดนั้น ควรจะรีบรับประทานทันทีครับ เพราะเมื่อเราทำการสกัดน้ำออกมาแล้ว วิตามิน และเอนไซม์ บางชนิดจะสลายตัวค่อนข้างเร็วหรือที่โบราณกล่าวว่า พลังชีวิตของพืชผักผลไม้ มันจะหายไป

-Share ได้เลยครับ แนะนำให้ดื่มก่อนอาหารสัก 15 นาทีครับ เพื่อรอรับอาหารใหม่ที่จะตกถึงท้อง พร้อมที่จะดักจับไขมัน ที่จะถูกย่อยจากน้ำย่อยในลำใส้

-สูตรนี้หากดื่มเป็นประจำจะช่วยลดไขมันในเลือดได้ด้วยครับ เพราะน้ำดีจะไม่ถูกดึงกลับ ร่างกายจึงจำเป็นต้องสังเคราะห์น้ำดีใหม่จากคลอเรสเตอรอลในเลือดครับ
ที่มา : http://www.lovenayou.com/5490/

วิธีกำจัดไฝหรือขี้แมลงวันง่ายๆ เห็นผลชัดเจน ทำเองที่บ้านได้ ใช้เงินไม่ถึง 20 บาท

0
tnews_1477815896_4231

ขอแนะนำเคล็ดลับกำจัดไฝและขี้แมลงวันแบบง่ายๆด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ที่สำคัญคือใช้เงินไม่ถึง 20 บาท ถ้าพร้อมกันแล้วมาดูbลองสำรวจตัวเราดูว่าในร่างกายของเรานั้นมี “ไฝ” หรือ “ขี้แมลงวัน” อยู่ตรงไหนกันบ้าง ต้องใช้วิธี กำจัดไฝและขี้แมลงวัน ออก หลายคนอาจไม่ชอบใจนักที่มีไฝหรือขี้แมลงวันปรากฏอยู่บนผิวของตัวเอง เพราะถือเป็นตำหนิบนร่างกายที่บั่นทอนความมั่นใจของคนที่รักสวยรักงามเป็นอย่างมาก หรือบางคนที่มีความเชื่อโหวงเฮ้งก็อาจรู้สึกไม่ดีถ้าไฝหรือขี้แมลงวันนั้นไปอยู่ในบริเวณที่ไม่เป็นมงคลกับตัวเอง และที่แย่ยิ่งกว่าคือ ไฝและขี้แมลงวันนั้นมีโอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งที่จะมาทำอันตรายต่อชีวิตของเราได้เลยทีเดียวbb

ไฝ (Mole) และ ขี้แมลงวัน (Fleck) เป็นความผิดปกติของเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) ซึ่งเป็นเซลล์ผิวหนังที่พบได้ในชั้นของหนังกำพร้า (Epidermis) ทำหน้าที่สร้างเม็ดสีเมลานินให้กับผิว เซลล์สร้างเม็ดสีผิวจึงเป็นตัวกำหนดว่าใครจะมีผิวขาวหรือผิวคล้ำ

หากเซลล์สร้างเม็ดสีเกิดการเพิ่มจำนวนมากขึ้น ก็จะกลายเป็นตุ่มเนื้อที่มีสีต่างๆ กันไป ตั้งแต่สีออกน้ำตาลไปจนถึงสีน้ำตาลดำ โดยไฝนั้นจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูน ส่วนขี้แมลงวันนั้นจะเป็นตุ่มราบและอยู่ในระดับตื้นกว่าไฝ

ในทางการแพทย์ถือว่าไฝและขี้แมลงวันนั้นเป็นเนื้องอกชนิดหนึ่ง โดยจะมีการเพิ่มจำนวนขึ้นตามอายุ โดยจะพบได้มากเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น รวมไปถึงสตรีที่เริ่มตั้งครรภ์ก็จะพบได้มากเช่นกัน อย่างไรก็ตามไฝและขี้แมลงวันนั้นมีโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง (Melanoma) ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิตได้ จึงต้องขึ้นอยู่กับการดูแลและเฝ้าสังเกตไฝและขี้แมลงวันที่อยู่บนร่างกายของเราอยู่เสมอ

jeefai

วัสดุและอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเพื่อกำจัดไฝและขี้แมลงวันให้สิ้นซาก!!

1. ปูนแดง (ปูนกินหมาก)
2. ผงด่าง , สบู่กรดแบบโบราณ , สบู่ซันไลต์ หรือถ้าหาไม่ได้ก็เอาสบู่ธรรมดาก็ได้เลือกมาสักอย่างก็พอ
3. ไม้จิ้มฟัน หรือ คอตตอนบัด

วิธีผสม : นำเอาปูนแดงมาผสมกับผงด่างหรือสบู่ในอัตราเท่ากัน คืออย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ กรณีที่ใช้สบู่ก้อนให้ขูดหรือบดให้ละเอียดก่อนนำมาผสมแล้วผสมน้ำลงไปเล็กน้อยพอให้เป็นเนื้อครีมข้นๆ แต่อย่าให้เหลวมากเกินไปเมื่อได้ส่วนผสมสำหรับกำจัดไฝขี้แมลงวันแล้วนั้นก็นำเอาไม้จิ้มฟันไปจิ้มที่ปูนแดงที่ผสมกับสบู่จนได้ที่แล้ว โดยจิ้มขึ้นมาให้ได้เป็นก้อนเล็กๆขนาดพอดีกับเม็ดไฝของเรา

จากนั้นนำไปจิ้มหรือแตะเฉพาะบริเวณไฝ หรือขี้แมลงวันที่สำคัญคืออย่าให้หน้าหรือส่วนที่ต้องการกำจัดไฝเปียกน้ำคือส่วนนั้นต้องแห้งจริงๆค่ะ จากนั้นทิ้งไว้จนแห้ง แรกๆจะรู้สึกคันผสมเจ็บยิบๆๆ ช่วงเวลานี้ต้องอดทนมากๆสักพักก็จะค่อยๆหายไปเองเมื่อแห้งดีแล้วค่อยๆเช็ดออกด้วยผ้าสะอาดเบาๆหรือไม่ก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาดเมื่อทำเสร็จแล้วคุณจะพบว่าส่วนที่เคยมีไฝได้หลุดหายไปแล้วถ้าเห็นเป็นหลุมแหว่งๆไม่ต้องตกใจนะคะให้หมั่นทาครีมลบรอยแผลเป็นไปเรื่อยๆแล้วคุณก็จะมีใบหน้าใสๆไร้เม็ดไฝหรือแมลงวันอย่างแน่นอน

ส่วนในกรณีที่ยังไม่หลุดก็อาจเป็นเพราะว่ารากของไฝบริเวณดังกล่าวนั้นรากลึกหรือเปล่าถ้าไฝที่จี้รากอยู่ไม่ลึกมันก็จะหลุดหายไปเลย ส่วนเม็ดที่รากอยู่ลึกก็อาจจะยังไม่หลุด และอาจต้องทำซ้ำอีกรอบค่ะ ประมาณ 1 สัปดาห์ไฝก็จะค่อยๆตกสะเก็ดแล้วก็หลุดออกมาเองแต่ห้ามเกาหรือขัดแรงๆปล่อยให้มันหลุดเองโดยธรรมชาติจดีที่สุด

นอกจากสูตรดังกล่าวจะช่วยกำจัดไฝและขี้แมลงวันแล้วนั้นคุณยังสามารถนำไปกำจัดพวกหูดตาปลากระเนื้อหรือติ่งเนื้อก็ได้เช่นกันค่ะ

ที่มา   หมอบ้านบ้าน

สัญญาณอันตราย”ถ้ามีอาการแบบนี้ เลิกทำสีผมด่วน ! ถ้าคุณยังรักสุขภาพ

0
tnews_1477815896_4231

สาวๆ ที่ชอบทำสีผมทั้งหลาย ระวังสัญญาณร้ายเหล่านี้เอาไว้ให้ดีนะคะ เพราะถ้าเกิดขึ้นกับคุณล่ะก็ ต้องรีบหยุดการทำสีผมและการทำร้ายผมโดยด่วน!

x

เพราะเป็นสาเหตุที่บ่งบอกว่าผมของคุณกำลังอยู่ในสภาพแย่ พร้อมที่จะหัวล้านได้ทุกเมื่อ #แค่คิดก็หลอนแล้ว ถ้าไม่อยากต้องใส่วิกก่อนวัยอันควร อ่านด่วนๆ แล้วสังเกตตัวเองด้วยนะจ๊ะ…

1. ผมหงอกขึ้นเร็วกว่ากำหนด

เพราะการทำสีผม จะเข้าไปกัดให้เม็ดสีที่เคยเข้มของเราถูกทำให้สว่างขึ้น ซึ่งมันก็ผิดธรรมชาติอยู่นะคะ ยิ่งถ้ากัดสีจนขาวก็ยิ่งทำให้เม็ดสีผมถูกทำร้ายอย่างหนัก วันดีคืนดีสารที่ตกค้างอยู่ก็เข้าไปในรากผมทำให้ผมที่งอกมาใหม่กลายเป็นสีขาวซะอย่างนั้น นั่นคือที่มาของอาการผมหงอกก่อนวัย แล้วคิดดูว่าถ้าเรายังฝืนทำสีผมไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ขาวทั้งหัวล่ะจ้า หยุดเถอะ!

2. ผมร่วงจนสังเกตเห็นได้ชัด

ยิ่งเราใช้สารเคมีกับผมบ่อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีข้อเสียตามมาเท่านั้น ทั้งสารเคมีจากการทำสีผม ดัดผม ยืดผม ต่อให้สระยังไงก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ตกค้างอยู่เลย พอตกค้างมากๆ ก็ทำปฏิกิริยากกับผม จนเกิดอาการร่วงง่าย รากผมไม่แข็งแรง รู้ตัวอีกทีก็อาจจะผมร่วงจนแก้ยากแล้วนะ พักผมก่อนจะร่วงจนหมดน่าจะดีกว่าค่ะ

3. เริ่มมองเห็นหนังศีรษะ

บางทีเวลาผมร่วงหรือผมบางลง เราอาจจะไม่ทันสังเกตตัวเองเท่าไหร่ แต่ถ้าส่องกระจกแล้วเริ่มมองเห็นหนังศีรษะชัดเจน ก็ควรเริ่มตกใจได้แล้วนะคะ เพราะนั่นหมายความว่าผมของเราเริ่มบางจนปิดหนังศีรษะไม่มิดแล้วนั่นเอง หยุดพักการทำสีผมด่วนๆ แล้วบำรุงผมหรือปรึกษาแพทย์ได้แล้วน้า

4. คันหัวและมีรังแค

บางคนเริ่มมีอาการคันหัว และมีรังแค หรือหนังศีรษะลอก แต่อาจจะไม่ทันคิดว่าอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเพราะการทำสีผมมากเกินไป ซึ่งจริงๆ แล้วนอกจากจะเป็นเรื่องความสะอาดอย่างที่หลายคนเข้าใจ สาเหตุก็อาจจะเป็นเพราะสารเคมีตกค้างด้วยนะคะ ดังนั้นถ้าลองรักษาความสะอาดแล้วยังมีอาการคันหัวและรังแคอยู่ บอกเลยว่าหยุดทำสีผมแล้วรีบรักษาด่วนเลยจ้า

5. ผมแห้งกรอบแค่หวีก็ขาด

เรียกว่าแทบจะเป็นสิ่งที่คนทำสีผมทุกคนต้องเจอเลยทีเดียว สำหรับอาหารผมแห้งกรอบ ชี้ฟู และขาดร่วงง่าย เพราะยิ่งเรากัดสีผม ทำสีผมมากเท่าไหร่ ผมที่เคยสุขภาพดีก็จะถูกทำร้ายด้วยสารเคมีจนกลายเป็นผมเยินๆ แทน ถ้าจะรักษาให้ได้ผลดีที่สุดก็คือตัดทิ้งแล้วเริ่มต้นใหม่ แต่นั่นหมายความว่าต้องหยุดทำสีด้วยนะจ๊ะ โอเค๊?!

ที่มา : ladyissue

new host